ผักพื้นบ้านของไทย
ชื่อ มะเขือเปราะ
สรรพคุณทางยา ลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด ช่วยขับปัสสาวะ และฆ่าเชื้อแบคทีเรีย
การนำไปใช้ นิยมใส่ในแกงเผ็ด แกงเขียวหวาน แกงป่า ผัดเผ็ดต่าง ๆ กินเป็นผักจิ้มน้ำพริกได้
ชื่อ ผักกระเฉด
สรรพคุณทางยา ดับพิษร้อน ถอนพิษไข้ และพิษเบื่อเมา ในผักกระเฉดประกอบด้วย วิตามินเอ แคลเซียม และธาตุเหล็ก
การนำไปใช้ ใส่ในแกงส้ม ยำ นำไปผัดผักกระเฉดไฟแดง เช่นเดียวกับผักบุ้ง กินเป็นผักสด กับน้ำพริก หรือทานคู่กับขนมจีน
ชื่อ ถั่วพู
สรรพคุณทางยา มีโปรตีนช่วยให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้นกันบางชนิด มีกรดใช้รักษาสิว และโรคผิวหนังบางอย่าง
การนำไปใช้ กินได้ทั้งดิบ และสุก เป็นผักจิ้มกับน้ำพริก หรือนำไปยำ เช่นยำถั่วพู ซึ่งเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย บ้างก็นำไปผสมในทอดมัน หรือใส่ในแกงป่า
ชื่อ ยอ
สรรพคุณทางยา ใบยอช่วยบำรุงไต แก้ไข้ ส่วนผลช่วยช่วยเจริญอาหาร ฟอกเลือด แก้คลื่นเหียน อาเจียน ในผลยอประกอบไปด้วย วิตามินเอ วิตามินบี 1 แคลเซียม ธาตุเหล็ก เส้นยาอาหาร และเบต้า-แคโรทีน
การนำไปใช้ กินทั้งผลและใบ ผลสุกมาทำน้ำ ฝานใส่ส้มตำช่วยให้มีรสเปรี้ยวหรือเป็นเครื่องปรุงในน้ำพริก ใบยอใส่ในห่อหมก แกงอ่อมกะทิใบยอกับปลาดุก ถ้าเป็นใบอ่อนนิยมกินกับน้ำพริก
ชื่อ บวบ
สรรพคุณทางยา ช่วยคลายความร้อนในร่างกาย ในบวบประกอบด้วย แคลเซียม และฟอสฟอรัส เป็นสารประกอบกับแคลเซียมในการสร้างกระดูกและฟัน ช่วยให้การหลั่งน้ำนมเป็นไปตามปกติ ช่วยในการสร้างเนื้อเยื่อ กล้ามเนื้อ รวมกับธาตุอื่นรักษาสมดุลความเป็นกรด-ด่างในร่างกาย
การนำไปใช้ นิยมผัดกับไข่ เป็นผักใส่ในแกงเลียง บางภาคจะนำบวบมาลวกสุกกินกับน้ำพริก
ชื่อ หัวปลี
สรรพคุณทางยา ช่วยให้เจริญอาหาร เป็นอาหารบำรุงน้ำนมในสตรีให้นมบุตร แก้ร้อนใน กระหายน้ำ ในหัวปลีประกอบด้วยธาตุเหล็ก และเส้นใยอาหาร
การนำไปใช้ กินได้ทั้งสด และต้มสุก แบบสดกินเป็นผักสดกับหลนต่าง ๆ ก๋วยเตี๋ยว ผัดไทย ถ้าต้มหรือย่างสุก จะนำมาทำยำหรือหั่นใส่แกง ต้มยำ
ชื่อ ใบชะพลู
สรรพคุณทางยา เป็นอาหารบำรุงธาตุแก้ปวดท้อง จุกเสียด ในใบชะพลูประกอบด้วยวิตามินเอ แคลเซียม ธาตุเหล็ก เส้นใยอาหาร และเบต้า-แคโรทีน
การนำไปใช้ นิยมกินสด เช่นกินเป็นผักเมี่ยงคำ ทางภาคเหนือและภาคใต้นิยมใส่ในแกง เช่นแกงเนื้อใบชะพลู แกงหอยแครงใบชะพลู หรือยำใบชะพลูทอดกรอบโดยนำไปชุดแป้งทอดกรอบจึงนำมายำ
ชื่อ สายบัว
สรรพคุณทางยา ช่วยบรรเทาความร้อนในร่างกาย ในสายบัวประกอบด้วยเส้นใยอาหาร ทำให้ขับถ่ายได้สะดวก ลดอาการท้องผูกป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่ โรคริดสีดวงทวาร โรคหัวใจขาดเลือด โรคเบาหวาน
การนำไปใช้ นิยมนำไปทำแกงกะทิสายบัวกับปลาทู หรือผัดกับหมูกับกุ้ง ลวกสุกกินกับน้ำพริก นอกจากนี้ยังทำเป็นขนมสายบัว
ชื่อ มะระจีน
สรรพคุณทางยา ช่วยย่อยอาหารและเป็นยาระบายอ่อน ๆ รักษาโรคเบาหวาน
การนำไปใช้ ใส่แกงคั่วกับปลาดุก ลวกจิ้มน้ำพริก กินกับขนมจีน ผัดใส่ใข่หรือหั่นบาง ๆ แช่เย็นกินกับกุ้งแช่น้ำปลา หรือทำแกงจืดมะระยัดใส้ ตามร้านก๋วยเตี๋ยวนิยมใส่ในน้ำซุปก๋วยเตี๋ยว บ้างก็สกัดเอาน้ำมะระดื่มเพื่อสุขภาพ
ชื่อ บัวบก
สรรพคุณทางยา ช่วยบำรุงหัวใจ ลดอาการแพ้ ลดความดันโลหิตสูง ช่วยสมานแผล เร่งการสร้างเนื้อเยื่อ ระงับการเติบโตของแบคทีเรีย โดยน้ำคั้นจากต้นและใบเป็นยาแก้ปวดหัวข้างเดียว ขับปัสสาวะ แก้อ่อนเพลีย เมื่อยล้า แก้ช้ำใน ในบัวบกประกอบด้วยวิตามินเอ วิตามินบี 1 แคลเซียม และเส้นใยอาหาร
การนำไปใช้ นิยมกินเป็นผักสดแนมกับลาบ น้ำพริก, ขนมจีน หรือคั้นใบกับน้ำและเคี่ยวกับน้ำตาลนำไปทำเป็นเครื่องดื่ม
ชื่อ สะเดา
สรรพคุณทางยา ดอกสะเดาเป็นยาบำรุง ขับปัสสาวะ ในสะเดาประกอบด้วย วิตามินเอ และวิตามินซี ซึ่งมีมาในใบ แคลเซียม ธาตุเหล็ก และเส้นใยอาหาร
การนำไปใช้ ทั้งดอกและใบนิยมกินกับน้ำปลาหวาน ปลาดุกหรือกุ้งย่าง บ้างกินกับน้ำพริก ปลาช่อนเผาเกลือ หรือนำดอกมายำก็ได้
ชื่อ เห็ดฟาง
สรรพคุณทางยา มีสารป้องกันการเติบโตของเซลล์มะเร็ง ต้านไวรัส แก้ไข้หวัดได้ ช่วยย่อยอาหารแก้ร้อนในบำรุงร่างกาย และลดคอเลสเตอรอลในเลือด
การนำไปใช้ นิยมนำไปใส่ในต้มยำ ต้มข่า แกงป่า แกงเห็ดแบบอีสาน ยำ และใส่ในแกงเลียง
ชื่อ ชะอม
สรรพคุณทางยา ยอดและใบช่วยลดความร้อนในร่างกาย ส่วนรากแก้อาการท้องอีด ท้องเฟ้อ ขับลมในลำไส้ ในชะอมประกอบด้วยโปรตีนวิตามินบี 1 และวิตามินซี
การนำไปใช้ ชะอมมีกลิ่นฉุน จึงนิยมกินสุกโดยใส่ผสมในไข่แล้วนำไปเจียเป็นเครื่องเคียงน้ำพริกกะปิ ทางภาคเหนือนิยมแกงกับปลาย่าง ขนุนอ่อน ทางภาคอีสานนิยมใส่ในแกงหน่อไม้
ชื่อ ตำลึง
สรรพคุณทางยา ใบตำลึงดับพิษร้อน แก้เจ็บตา ตาแดง ตาแฉะ ส่วนตำลึงทั้งต้นแก้โรคผิวหนัง ลดน้ำตาลในเลือดในตำลึงประกอบด้วยแคลเซียม เส้นใยอาหาร และเบต้า-แคโรทีน
การนำไปใช้ กินได้ทั้งผลอ่อนสีเขียวและใบ ผลออ่นนิยมนำมาแกงส้มลวกสุกกินกับน้ำพริกใบตำลึงใส่ในแกงเลียง แกงจืดหมูสับ ก๋วยเตี๋ยวต้มเลือดหมู
ชื่อ กระเจี๊ยบมอญ
สรรพคุณทางยา มีสารช่วยขับพยาธิตัวจี๊ด รักษาความดันโลหิต บำรุงสมอง และเป็นยาระบาย เมือกเหนียว ของกระเจี๊ยบช่วยเคลือบกระเพาะอาหารให้กับผู้มีปัญหาโรคกระเพาะอาหารหรือลำไส้อักเสบ ในกระเจี๊ยบมอญประกอบด้วยแคลเซียม เป็นส่วนสำคัญ ในการสร้างกระดูกและฟัน ช่วยในการแข็งตัวของเลือด
การนำไปใช้ นิยมนำไปกินเป็นผักสด และผักต้มกับน้ำพริก
ชื่อ แตงกวา
สรรพคุณทางยา ทำให้ผิวหนังมีความชุ่มชื้น ยืดหยุ่น
การนำไปใช้ มีทั้งแตงกวาและแตงร้าน กินเป็นผักสดจิ้มกับน้ำพริก ทำเป็นแตงกวาผัดไข่ แกงจืดแตงกวายัดไส้ ถ้านำมายำหรือตำแตงจะใช้แตงร้าน เพราะมีเนื้อมากกว่าแตงกวา
ชื่อ กุยช่าย
สรรพคุณทางยา น้ำมันระเหยในกุยช่ายมีกลิ่นฉุนมีสารอัลลิชิน (Allicin) ลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด ลดความดันโลหิต ป้องกันมะเร็ง ในกุยช่ายประกอบด้วยเส้นใยอาหาร ทำให้ขับถ่ายสะดวก ท้องไม่ผูก ป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่ โรคริดสีดวงทวาร โรคหัวใจขาดเลือด โรคเบาหวาน
การนำไปใช้ กินได้ทั้งดอกและใบ ดอกกุยช่ายนิยมผัดกับตับหมู ส่วนใบกินสดกับก๋วยเตี๋ยวผัดไทย หมี่กะทิ หมื่กรอบ และใส่เป็นใส้ขนมกุ๋ยช่าย
ชื่อ ฟักทอง
สรรพคุณทางยา กระตุ้นการหลั่งของอินซูลินซึ่งช่วยควบคุมระดับน้ำตาล ในเลือด ป้องกันโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิต ป้องกันมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ บำรุงตับ ไต นัยน์ตา ควบคุมความสมดุลของร่างกาย ในฟักทองประกอบด้วย คาร์โบไฮเดรท และเบต้า-แคโรทีน วิตามินเอ
การนำไปใช้ นำไปทำอาหารได้ทั้งคาวและหวาน เช่น แกงเผ็ดเนื้อใส่ฟักทอง แกงเลียง ฟักทองผัดไข่ ส่วนขนมหวาน เช่นขนมฟักทอง ฟักทองแกงบวด ฟักทองนึ่ง สังขยาฟักทอง ฟักทองเชื่อม ใส่เป็นสีเหลืองในแป้งขนมบัวลอย
ชื่อ มะเขือเปราะ
สรรพคุณทางยา ลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด ช่วยขับปัสสาวะ และฆ่าเชื้อแบคทีเรีย
การนำไปใช้ นิยมใส่ในแกงเผ็ด แกงเขียวหวาน แกงป่า ผัดเผ็ดต่าง ๆ กินเป็นผักจิ้มน้ำพริกได้
ชื่อ ผักกระเฉด
สรรพคุณทางยา ดับพิษร้อน ถอนพิษไข้ และพิษเบื่อเมา ในผักกระเฉดประกอบด้วย วิตามินเอ แคลเซียม และธาตุเหล็ก
การนำไปใช้ ใส่ในแกงส้ม ยำ นำไปผัดผักกระเฉดไฟแดง เช่นเดียวกับผักบุ้ง กินเป็นผักสด กับน้ำพริก หรือทานคู่กับขนมจีน
ชื่อ ถั่วพู
สรรพคุณทางยา มีโปรตีนช่วยให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้นกันบางชนิด มีกรดใช้รักษาสิว และโรคผิวหนังบางอย่าง
การนำไปใช้ กินได้ทั้งดิบ และสุก เป็นผักจิ้มกับน้ำพริก หรือนำไปยำ เช่นยำถั่วพู ซึ่งเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย บ้างก็นำไปผสมในทอดมัน หรือใส่ในแกงป่า
ชื่อ ยอ
สรรพคุณทางยา ใบยอช่วยบำรุงไต แก้ไข้ ส่วนผลช่วยช่วยเจริญอาหาร ฟอกเลือด แก้คลื่นเหียน อาเจียน ในผลยอประกอบไปด้วย วิตามินเอ วิตามินบี 1 แคลเซียม ธาตุเหล็ก เส้นยาอาหาร และเบต้า-แคโรทีน
การนำไปใช้ กินทั้งผลและใบ ผลสุกมาทำน้ำ ฝานใส่ส้มตำช่วยให้มีรสเปรี้ยวหรือเป็นเครื่องปรุงในน้ำพริก ใบยอใส่ในห่อหมก แกงอ่อมกะทิใบยอกับปลาดุก ถ้าเป็นใบอ่อนนิยมกินกับน้ำพริก
ชื่อ บวบ
สรรพคุณทางยา ช่วยคลายความร้อนในร่างกาย ในบวบประกอบด้วย แคลเซียม และฟอสฟอรัส เป็นสารประกอบกับแคลเซียมในการสร้างกระดูกและฟัน ช่วยให้การหลั่งน้ำนมเป็นไปตามปกติ ช่วยในการสร้างเนื้อเยื่อ กล้ามเนื้อ รวมกับธาตุอื่นรักษาสมดุลความเป็นกรด-ด่างในร่างกาย
การนำไปใช้ นิยมผัดกับไข่ เป็นผักใส่ในแกงเลียง บางภาคจะนำบวบมาลวกสุกกินกับน้ำพริก
ชื่อ หัวปลี
สรรพคุณทางยา ช่วยให้เจริญอาหาร เป็นอาหารบำรุงน้ำนมในสตรีให้นมบุตร แก้ร้อนใน กระหายน้ำ ในหัวปลีประกอบด้วยธาตุเหล็ก และเส้นใยอาหาร
การนำไปใช้ กินได้ทั้งสด และต้มสุก แบบสดกินเป็นผักสดกับหลนต่าง ๆ ก๋วยเตี๋ยว ผัดไทย ถ้าต้มหรือย่างสุก จะนำมาทำยำหรือหั่นใส่แกง ต้มยำ
ชื่อ ใบชะพลู
สรรพคุณทางยา เป็นอาหารบำรุงธาตุแก้ปวดท้อง จุกเสียด ในใบชะพลูประกอบด้วยวิตามินเอ แคลเซียม ธาตุเหล็ก เส้นใยอาหาร และเบต้า-แคโรทีน
การนำไปใช้ นิยมกินสด เช่นกินเป็นผักเมี่ยงคำ ทางภาคเหนือและภาคใต้นิยมใส่ในแกง เช่นแกงเนื้อใบชะพลู แกงหอยแครงใบชะพลู หรือยำใบชะพลูทอดกรอบโดยนำไปชุดแป้งทอดกรอบจึงนำมายำ
ชื่อ สายบัว
สรรพคุณทางยา ช่วยบรรเทาความร้อนในร่างกาย ในสายบัวประกอบด้วยเส้นใยอาหาร ทำให้ขับถ่ายได้สะดวก ลดอาการท้องผูกป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่ โรคริดสีดวงทวาร โรคหัวใจขาดเลือด โรคเบาหวาน
การนำไปใช้ นิยมนำไปทำแกงกะทิสายบัวกับปลาทู หรือผัดกับหมูกับกุ้ง ลวกสุกกินกับน้ำพริก นอกจากนี้ยังทำเป็นขนมสายบัว
ชื่อ มะระจีน
สรรพคุณทางยา ช่วยย่อยอาหารและเป็นยาระบายอ่อน ๆ รักษาโรคเบาหวาน
การนำไปใช้ ใส่แกงคั่วกับปลาดุก ลวกจิ้มน้ำพริก กินกับขนมจีน ผัดใส่ใข่หรือหั่นบาง ๆ แช่เย็นกินกับกุ้งแช่น้ำปลา หรือทำแกงจืดมะระยัดใส้ ตามร้านก๋วยเตี๋ยวนิยมใส่ในน้ำซุปก๋วยเตี๋ยว บ้างก็สกัดเอาน้ำมะระดื่มเพื่อสุขภาพ
ชื่อ บัวบก
สรรพคุณทางยา ช่วยบำรุงหัวใจ ลดอาการแพ้ ลดความดันโลหิตสูง ช่วยสมานแผล เร่งการสร้างเนื้อเยื่อ ระงับการเติบโตของแบคทีเรีย โดยน้ำคั้นจากต้นและใบเป็นยาแก้ปวดหัวข้างเดียว ขับปัสสาวะ แก้อ่อนเพลีย เมื่อยล้า แก้ช้ำใน ในบัวบกประกอบด้วยวิตามินเอ วิตามินบี 1 แคลเซียม และเส้นใยอาหาร
การนำไปใช้ นิยมกินเป็นผักสดแนมกับลาบ น้ำพริก, ขนมจีน หรือคั้นใบกับน้ำและเคี่ยวกับน้ำตาลนำไปทำเป็นเครื่องดื่ม
ชื่อ สะเดา
สรรพคุณทางยา ดอกสะเดาเป็นยาบำรุง ขับปัสสาวะ ในสะเดาประกอบด้วย วิตามินเอ และวิตามินซี ซึ่งมีมาในใบ แคลเซียม ธาตุเหล็ก และเส้นใยอาหาร
การนำไปใช้ ทั้งดอกและใบนิยมกินกับน้ำปลาหวาน ปลาดุกหรือกุ้งย่าง บ้างกินกับน้ำพริก ปลาช่อนเผาเกลือ หรือนำดอกมายำก็ได้
ชื่อ เห็ดฟาง
สรรพคุณทางยา มีสารป้องกันการเติบโตของเซลล์มะเร็ง ต้านไวรัส แก้ไข้หวัดได้ ช่วยย่อยอาหารแก้ร้อนในบำรุงร่างกาย และลดคอเลสเตอรอลในเลือด
การนำไปใช้ นิยมนำไปใส่ในต้มยำ ต้มข่า แกงป่า แกงเห็ดแบบอีสาน ยำ และใส่ในแกงเลียง
ชื่อ ชะอม
สรรพคุณทางยา ยอดและใบช่วยลดความร้อนในร่างกาย ส่วนรากแก้อาการท้องอีด ท้องเฟ้อ ขับลมในลำไส้ ในชะอมประกอบด้วยโปรตีนวิตามินบี 1 และวิตามินซี
การนำไปใช้ ชะอมมีกลิ่นฉุน จึงนิยมกินสุกโดยใส่ผสมในไข่แล้วนำไปเจียเป็นเครื่องเคียงน้ำพริกกะปิ ทางภาคเหนือนิยมแกงกับปลาย่าง ขนุนอ่อน ทางภาคอีสานนิยมใส่ในแกงหน่อไม้
ชื่อ ตำลึง
สรรพคุณทางยา ใบตำลึงดับพิษร้อน แก้เจ็บตา ตาแดง ตาแฉะ ส่วนตำลึงทั้งต้นแก้โรคผิวหนัง ลดน้ำตาลในเลือดในตำลึงประกอบด้วยแคลเซียม เส้นใยอาหาร และเบต้า-แคโรทีน
การนำไปใช้ กินได้ทั้งผลอ่อนสีเขียวและใบ ผลออ่นนิยมนำมาแกงส้มลวกสุกกินกับน้ำพริกใบตำลึงใส่ในแกงเลียง แกงจืดหมูสับ ก๋วยเตี๋ยวต้มเลือดหมู
ชื่อ กระเจี๊ยบมอญ
สรรพคุณทางยา มีสารช่วยขับพยาธิตัวจี๊ด รักษาความดันโลหิต บำรุงสมอง และเป็นยาระบาย เมือกเหนียว ของกระเจี๊ยบช่วยเคลือบกระเพาะอาหารให้กับผู้มีปัญหาโรคกระเพาะอาหารหรือลำไส้อักเสบ ในกระเจี๊ยบมอญประกอบด้วยแคลเซียม เป็นส่วนสำคัญ ในการสร้างกระดูกและฟัน ช่วยในการแข็งตัวของเลือด
การนำไปใช้ นิยมนำไปกินเป็นผักสด และผักต้มกับน้ำพริก
ชื่อ แตงกวา
สรรพคุณทางยา ทำให้ผิวหนังมีความชุ่มชื้น ยืดหยุ่น
การนำไปใช้ มีทั้งแตงกวาและแตงร้าน กินเป็นผักสดจิ้มกับน้ำพริก ทำเป็นแตงกวาผัดไข่ แกงจืดแตงกวายัดไส้ ถ้านำมายำหรือตำแตงจะใช้แตงร้าน เพราะมีเนื้อมากกว่าแตงกวา
ชื่อ กุยช่าย
สรรพคุณทางยา น้ำมันระเหยในกุยช่ายมีกลิ่นฉุนมีสารอัลลิชิน (Allicin) ลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด ลดความดันโลหิต ป้องกันมะเร็ง ในกุยช่ายประกอบด้วยเส้นใยอาหาร ทำให้ขับถ่ายสะดวก ท้องไม่ผูก ป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่ โรคริดสีดวงทวาร โรคหัวใจขาดเลือด โรคเบาหวาน
การนำไปใช้ กินได้ทั้งดอกและใบ ดอกกุยช่ายนิยมผัดกับตับหมู ส่วนใบกินสดกับก๋วยเตี๋ยวผัดไทย หมี่กะทิ หมื่กรอบ และใส่เป็นใส้ขนมกุ๋ยช่าย
ชื่อ ฟักทอง
สรรพคุณทางยา กระตุ้นการหลั่งของอินซูลินซึ่งช่วยควบคุมระดับน้ำตาล ในเลือด ป้องกันโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิต ป้องกันมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ บำรุงตับ ไต นัยน์ตา ควบคุมความสมดุลของร่างกาย ในฟักทองประกอบด้วย คาร์โบไฮเดรท และเบต้า-แคโรทีน วิตามินเอ
การนำไปใช้ นำไปทำอาหารได้ทั้งคาวและหวาน เช่น แกงเผ็ดเนื้อใส่ฟักทอง แกงเลียง ฟักทองผัดไข่ ส่วนขนมหวาน เช่นขนมฟักทอง ฟักทองแกงบวด ฟักทองนึ่ง สังขยาฟักทอง ฟักทองเชื่อม ใส่เป็นสีเหลืองในแป้งขนมบัวลอย
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น