วันอังคาร, มีนาคม 23, 2553

สมุนไพรพื้นบ้านของไทย

ชื่อสมุนไพร    กระชาย
สรรพคุณ      ช่วยในการขับลม ช่วยย่อย แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ จุกเสียดแน่น  แก้อาการปวดบวมมวนในท้องขับระดูขาว ขับปัสสาวะ บำรุงหัวใจ ในกระชายประกอบด้วย วิตามินเอ วิตามินบี 2 และแคลเซียม
การนำไปใช้    นิยมใส่ในแกงที่ใช้เนื้อสัตว์กลิ่นคาว  เช่นปลา เนื้อวัว หรือใช้ เป็นเครี่องปรุงเพิ่มความหอม เช่น ใส่ในผัดเผ็ด แกงป่า ทำเป็นน้ำยาของขนมจีน

ชื่อสมุนไพร    กะเพรา   
สรรพคุณ    ป้องกันโรคหัวใจขาดเลือด ขับน้ำดี ช่วยย่อยไขมัน แก้จุกเสียด ในกะเพราประกอบด้วยเบต้า-แคโรทีน แคลเซียม ธาตุเหล็ก เส้นใยอาหาร และฟอสฟอรัส
การนำไปใช้    ใส่ต้มยำโป๊ะแตกเพื่อช่วยดับกลิ่นคาวจากเนื้อสัตว์ทะเล ใส่ในผัดกะเพรา ทอดกรอบแนมกับทอดมัน หรือใส่ในส่วนผสมทอดมัน และแกงป่า

ชื่อสมุนไพร    โหระพา
สรรคุณ    ช่วยย่อยอาหาร แก้อาการจุกเสียด แน่นท้อง ในโหระพาประกอบด้วย วิตามินเอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2  วิตามินซี แคลเซียม ธาตุเหล็ก เส้นใยอาหาร ฟอสฟอรัส และ เบต้า-แคโรทีน
การนำไปใช้    นิยมใส่ในแกงกะทิ เช่น แกงเขียวหวาน แกงเผ็ด หรือใส่ในผัด อย่างหอยลายผัดน้ำพริกเผา นอกจากนี้ยังนิยมกินสดกับลาบ ก้อย น้ำตก และใส่เป็นผักต้มในอาหารไทยภาคอีสานอย่างแจ่วฮ้อน ส่วนอาหารเวียดนามนิยมกินสดกับแหนมเนือง หรือใส่เป็นไส้ผักในเปาะเปี๊ยะเวียดนาม และก๋วยเตี๋ยว เวียดนามเรียกว่า เฝอ ในก๋วยเตี๋ยวไทยก็นิยมด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะก๋วยเตี๋ยวเรือ
?
ชื่อสมุนไพร    หอมแดง
สรรคุณ    ขับลม ขับปัสสาวะ ขับเสมหะ ขับประจำเดือน แก้ไขหวัด ช่วยย่อยอาหาร เจริญอาหาร ในหอมแดงประกอบด้วยเซเลเนียม เป็นเกลือแร่ที่ทำหน้าที่เป็นตัวประสานการทำงานของเอนไซม์ระหว่าง  วิตามินอี เอ และซี
การนำไปใช้    ใส่นำยำ ลาบ พล่า เป็นส่วนผสสมในน้ำพริกต่าง ๆ หรือซอยบาง ๆ เจียวให้กรอบโรยหน้าขนมหม้อแกง และใส่ในน้ำปลาหวาน ราดไข่ลูกเขย หรือน้ำปลาหวานกินกับสะเดาลวก และปลาดุกย่าง

ชื่อสมุนไพร    สะระแหน่
สรรคุณ    น้ำคั้นจากต้นและใบดื่มแก้ปวดมวนในท้อง แก้ท้องอีดท้องเฟ้อ ขับลม หรือกินสด เพื่อดับกลิ่นปาก ขับเหงื่อ นอกนจากนี้ยังช่วยฆ่าเชื้อ ระงับอาการเกร็งของกระเพาะอาหารและลำไส้ ในสะระแหน่ประกอบด้วย วิตามินเอ วิตามินบี 2 วิตามินซี แคลเซียม และธาตุเหล็ก
การนำไปใช้    มักกินเป็นผักสดโดยใส่ในยำ ลาบ พล่า น้ำตก

ชื่อสมุนไพร    พริกไทยอ่อน
สรรคุณ    ช่วยย่อยอาหาร ขับลม ขับเหงื่อ ลดความร้อนในร่างกาย เป็นยาอายุวัฒนะ
การนำไปใช้    มักใส่ในอาหารที่ใช้เนื้อสัตว์กลิ่นคาว ใส่คู่กับกระเทียม เช่น แกงป่า ผัดเผ็ด และใส่เป็นเครื่องปรุงน้ำพริก เช่นน้ำพริกพริกไทยอ่อน

ชื่อสมุนไพร    ข่า
สรรคุณ    เป็นยาขับลมในลำไส้ แก้บิด ท้องอืด โรคหืด ขับเสมหะ และโรคหลอดลมอักเสบ ในข่าประกอบด้วย วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 แคลเซียม เส้นใยอาหาร และฟอสฟอรัส
การนำไปใช้    มักใส่ในอาหารประเภทต้ม เช่น ต้มยำ ต้มข่า ต้มแซบ หรือ น้ำซุปก๋วยเตี๋ยว ทั้งก๋วยเตี๋ยวเป็ด ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ ใช้เป็นเครื่องปรุงในการต้มพะโล้ขาหมู บ้างก็นำมาโขลกละเอียดใส่ในลาบ เช่นลาบปลาดุก ลาบหมู คนจีนมักนำข่ามาโขลกละเอียดผสมเต้าเจี้ยวกินกับข้าวต้มปลา และที่ขาดไม่ได้คือเป็นส่วนผสมในน้ำพริกแกงต่าง ๆ

ชื่อสมุนไพร    แมงลัก   
สรรคุณ    เป็นยาขับลมในลำไส้ แก้ปวดซางในเด็ก แก้ไข บำรุงน้ำนม แก้โรคผิวหนัง เลือดออกตามไรฟัน และเป็นยาระบาย ในแมงลักประกอบด้วย วิตามินบี 2 วิตามินซี แคลเซียม ธาตุเหล็ก และเส้นใย อาหาร
การนำไปใช้    กินเป็นผักสดแนมกับขนมจีน ใส่ในแกงเลียง แกงอีสาน เช่น แกงเห็ด แกงหน่อไม้

ชื่อสมุนไพร    ตะไคร้
สรรคุณ 
   ใช้เป็นยาทาแก้ปวด เช่นโรครูมาติซัม อาการปวดตามบั้นเอว ช่วยย่อยอาหาร ขับปัสสาวะอย่างอ่อน ขับเหงื่อแก้ตกขาว อาเจียน ลดความดันโลหิต ขับลม แก้ไข้ ปวดท้อง โรคทางเดินปัสสาวะนิ่ว และอาการปวดเกร็ง ในตะไคร้ประกอบไปด้วย วิตามินเอ แคลเซียม ธาตุเหล็ก เส้นใยอาหาร และฟอสฟอรัส
การนำไปใช้ใส่ในอาหารประเภทต้มยำ  พล่า ต้มแซบ หรือต้มกับน้ำให้มีความหอมเพื่อลวกอาหารทะเล เช่น หอยแครง หอยแมลงภู่ กุ้ง ปลาหมึก นอกจากนี้ยังนำมาซอยบาง ๆ ทอดกรอบใช้โรยหน้าอาหารประเภทเนื้อปลาทอด เช่น ปลาทอดตะไคร้ ที่ขาดไม่ได้คือ ใช้เป็นส่วนผสมในเครื่องปรุงน้ำพริกแกงต่าง

ชื่อสมุนไพร    มะกรูด
สรรพคุณ  ผลมะกรูดช่วยขับลม แก้จุกเสียด แก้ลมวิงเวียน น้ำมะกรูดแก้เลือดออกตามไรฟัน ในมะกรูดประกอบด้วย เบต้า-โรทีน วิตามินเอ วิตามินบี 2 วิตามินซี แคลเซียม และโปรตีน
การนำไปใช้  ใช้ได้ทั้งผลมะกรูดและใบมะกรูด การใช้ผลมะกรูดจะปอกเอาแต่ผิวเปลือกใส่เป็นส่วนผสมในน้ำพริกแกงต่าง ๆ น้ำมะกรูดใช้ปรุงรสเปรี้ยวในแกงเทโพ แกงส้ม เพราะมีกลิ่นหอม รสเปรี้ยวอมหวานกลมกล่อม ถ้าผ่าครึ่งผลตามขวางทั้งเปลือกมักใส่ในแกงเทโพ น้ำพริกน้ำยาของขนมจีน  ใบมะกรูด ใช้ใส่ต้มยำ ต้มข่า ต้มแซบ หรือซอยโรยหน้าห่อหมก ฉู่ฉี่ พะแนง และใส่เป็นส่วนผสมทอดมัน

ชื่อสมุนไพร    กระเทียม
สรรพคุณ  มีฤทธิ์ลดความดันโลหิต ลดระดับไขมัน คอเลสเตอรอลและน้ำตาลในเลือด ในกระเทียมประกอบด้วย เซเลเนียม ซึ่งเป็นแร่ธาตุที่ทำหน้าที่เป็นตัวประสานการทำงานของเอนไซม์ระหว่างวิตามินซี เอ และซี
การนำไปใช้  ใส่ในผัดต่าง ๆ เช่น ผัดผักบุ้ง ผัดกะเพรา หรือสับละเอียดแล้วเจียวให้เหลืองใส่ในข้าวต้ม แกงจืด ใช้โรยหน้าเพื่อเพื่อเพิ่มความสวยงามให้กับของว่างตำรับไทย ชนิดต่าง ๆ เช่น สาคูไส้หมู ข้าวเกรียบปากหม้อ ขนมจีบ หรือนำมาโขลกกับรากผักชีและพริกไทยเป็นเครื่องหมักอาหาร เช่น ผสมกับเนื้อหมูบดใส่ในแกงจืด หมักเนื้อไก่ที่จะนำไปย่าง และเป็นส่วนผสมของน้ำพริกแกงต่าง ๆ

ชื่อสมุนไพร    ขิง
สรรพคุณ  ช่วยขับลม ขับน้ำดี ลดอาการบีบตัวของลำไส้ แก้อาการคลื่นไส้อาเจียน ปวดศรีษะ ปวดท้อง ป้องกันการอักเสบ มีสารต้านการเกิดมะเร็ง ต้านการเกิดปฏิกิริยากับออกซิเจน และอาการจิตซึมเศร้า ในขิงประกอบด้วยแคลเซียม เป็นส่วนสำคัญในการช่วยสร้างกระดูก และฟัน ช่วยในการแข็งตัวของเลือด
การนำไปใช้ ขิงมีทั้งขิงแก่ และขิงอ่อน ขิงแก่นิยมใส่ในอาหารเพื่อดับกลิ่นคาวและเพิ่มความหอม การนำไปทำน้ำขิง ส่วนขิงอ่อนนิยมกินเป็นผัก เช่นเช่นผัดขิง โรยหน้าในโจ๊ก ใส่ในต้มส้มกับปลา กินสดแกล้มกับไส้กรอกอีสาน หรือทำเป็นขิงดองเพื่อเป็นเครื่องเคียงทานกับไข่เยี่ยวม้า เป็ดย่างก็เป็นที่นิยมเช่นเดียวกัน

ชื่อสมุนไพร    พริกชี้ฟ้า
สรรพคุณ  ป้องกันหลอดลมอักเสบ แผลในกระเพาะอาหาร ทำลายเชื้อแบคทีเรีย ลดก๊าซที่เกิดจากการย่อยอาหาร ลดการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อท้องที่เกิดจากอาการท้องอืดเฟ้อ และป้องกันหวัด ในพริกชี้ฟ้าประกอบด้วยโปรตีน เส้นใยอาหาร วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินซี แคลเซียม และธาตุเหล็ก
การนำไปใช้  นำไปตากแห้งเพื่อนำมาโขลกเป็นน้ำพริกแกงต่าง ๆ หรือตากแห้งแล้วนำคั่ว/เผาไฟให้หอมใส่ในต้มโคล้ง ต้มยำ พริกชี้ฟ้าสด จะมีสีเขียว เหลือง แดง ซึ่งสีเหลืองมีความเผ็ดมากกว่าสีอื่น ๆ จึงนิยมนำมาโขลกกับกระเทียมใส่ในผัดเผ็ด ส่วนสีแดงและสีเขียวนิยมนำมาซอย เป็นเส้นยาว หรือ หั่นแฉลบ ใส่ในแกงเผ็ด แกงเขียวหวาน ผัดเผ็ด หรือหั่นเป็นแว่นใส่ในเครื่องจิ้มประเภทหลนและดองกับน้ำส้มสายชูเป็นเครื่องปรุงรสก๋วยเตี๋ยว

ชื่อสมุนไพร    พริกขี้หนู
สรรพคุณ  ช่วยย่อยทำให้เจริญอาหาร ขับลมขับเหงื่อได้ดี ทำให้รูขุมขนสะอาด ผิวพรรณสดใส และมีสารต้านมะเร็ง ในพริกขี้หนูประกอบด้วย คาร์โบไฮเดรท โปรตีน เส้นใยอาหาร แคลเซียม ฟอสฟอรัส วิตามินเอ วิตามินบี 1 วิตามินบี2 วิตามินซี และธาตุเหล็ก
การนำไปใช้  พริกขี้หนูสดนิยมใช้ทั้งสีเขียวและสีแดง นำมาซอยหรือโขลกผสมกับกระเทียมทำเป็นน้ำยำต่าง ๆ ใส่ในผัดกระเพรา ให้ความเผ็ดในต้มยำ ต้มแซบ หรือคั่วให้พอมีกลิ่นหอมบดผสมกับน้ำส้มสายชูเป็นเครื่องปรุงก๋วยเตี๋ยวเรือ อีกทั้งยังนำไปตากแห้งแล้วนำมาคั่วเป็นพริกป่นเพื่อทำเป็นเครื่องปรุงเพิ่มรสเผ็ดให้กับอาหาร หรือทอดเป็นเครื่องแนมกับขนมจีนน้ำพริก ยำ ลาบ ทางภาคใต้นิยมนำมาโขลกเป็นน้ำพริกแกงซึ่งให้รสเผ็ดจัดจ้านThai Cooking Made Easy (English and Chinese Edition)Thai Cooking Made Easy (English and Chinese Edition)Thai Cooking Made Easy (English and Chinese Edition)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น